กระเจี๊ยบเขียวผัดน้ำมันหอย.. รักษาความดัน เป็นยาระบาย ช่วยปราบพยาธิตัวจี๊ด!!

***********************************************************************








สวัสดีค่ะ พบกันอีกแล้วนะคะกับช่วงเวลาแห่งความอร่อย วันนี้ไข่เจียว มีเมนูอร่อยๆมาฝากอีกเช่นเคยค่ะ ซึ่งเป็นเมนูอาหารที่ทำได้ง่ายๆ นั่นก็คือ "กระเจี๊ยบเขียวผัดน้ำมันหอย" ค่ะ พร้อมเคล็ดลับความอร่อยที่จะมาบอก ถ้าอย่างงั้นเราไปดูกันว่า จะอร่อยชวนให้หิวข้าว อย่างที่บอกมั้ย
 ส่วนผสมที่ต้องเตรียม

 กระเจี๊ยบเขียว 20 ฝัก(เลือกเอาเฉพาะฝักอ่อนๆ)
    น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ
    กระเทียม 3กลีบใหญ่ (สับละเอียด)
    กระเทียม 5 กลีบ สับละเอียด (เจียวให้กรอบ เหลืองหอม เตรียมไว้)
    น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำเปล่าสำหรับแช่กระเจี๊ยบเขียว 4 ถ้วยตวง
    เกลือป่น 4 ช้อนโต๊ะ (สำหรับแช่กระเจี๊ยบเขียว)
    น้ำเย็น 4 ถ้วย (สำหรับแช่กระเจี๊ยบที่ลวก)
 วิธีทำ
1.นำเกลือป่นใส่ลงในน้ำเปล่าที่เตรียมไว้ คนให้เกลือละลาย จากนั้นนำกระเจี๊ยบเขียวมาตัดหัวตัดท้าย แล้วนำลงแช่ในน้ำเกลือทันที แช่ไว้ประมาณ 10 นาที เพื่อให้ยางที่เป็นเมือกใสๆของกระเจี๊ยวออก แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดหลายๆน้ำ
2.นำหม้อตั้งไฟ ใส่น้ำลงไปกะพอท่วมกระเจี๊ยบเขียว รอให้น้ำเดือด ใส่กระเจี๊ยบเขียวลงไป คนไปมาเบาๆ ประมาณ 2 นาที ปิดไฟยกลงจากเตา ตักกระเจี๊ยบเขียว ออก แล้วมาแช่ด้วยน้ำเย็นทันที ตักพักใส่ตะแกรงเตรียมไว้
3.นำกระทะตั้งไฟปานกลาง ใส่น้ำมันที่เตรียมไว้ลงไป พอน้ำมันเดือด ใส่กระเทียมที่สับเตรียมไว้ลงไป ผัดไปมา จนกระเทียมเริ่มเหลืองหอม แล้วใส่กระเจี๊ยบเขียวลงไป ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ตามด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากัน ชิมรส เพิ่มรสชาติตามใจชอบ ปิดไฟยกลงจากเตา ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ




















ปิดที่นี่ สปอนเซอร์





****************************************ปลาย******************************* เรียนทั้งหมดของผู้เข้าชมที่รัก! ผมขอบคุณมากสำหรับการเยี่ยมชมบล็อกของฉัน! ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อหาเนื้อหาที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดสำหรับทุกท่าน! กรุณามีความโชคดี! จาก khailakorn !!! :)
กระเจี๊ยบเขียวผัดน้ำมันหอย.. รักษาความดัน เป็นยาระบาย ช่วยปราบพยาธิตัวจี๊ด!! กระเจี๊ยบเขียวผัดน้ำมันหอย.. รักษาความดัน เป็นยาระบาย ช่วยปราบพยาธิตัวจี๊ด!! Reviewed by Khai Lakorn on 6:19 AM Rating: 5

No comments:

Powered by Blogger.